น้ำพุร้อนคิโนซากิ

ประสบการณ์ทางทิวทัศน์และวัฒนธรรมที่ผ่อนคลาย

Ben Humphreys
Onlada Chollavorn   - ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

การเดินช้าๆในชุดสูทวันเกิดต่อหน้าเพื่อนอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบแต่ทำตามใจผมเป็นครั้งที่สองเถอะ ขอร้องเลย ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงในค่ำคืนที่หนาวเย็น คุณกำลังนั่งอาบน้ำในน้ำอุ่นอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาในอ่างที่หรูหราและมองไปยังดวงดาวชวนฝัน และมีชายแก่สองสามคนกำลังพูดไม่หยุดตรงมุมห้องโดยล้อมรอบไปด้วยหิน ทุ่งสีเขียวและใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง รวมถึงมีน้ำตกเป็นฉากหลัง

คิโนซากิมีชื่อเสียงสำหรับออนเซ็น (น้ำพุร้อน) และโซโตยุเจ็ดอัน (อ่างน้ำพุร้อนสาธารณะ) โดยคนส่วนมากต้องใส่ยูกาตะ (กิโมโนฝ้ายลำลอง) และ เกตะ (รองเท้าแตะไม้) และการเดินเรื่อยเปื่อยไปรอบๆเมืองเพื่อชมอ่างอาบน้ำมากมาย นอกจากนี้ยังมีตั๋วที่เรียกว่า ยูเมะปะซึ่งให้คุณเพลิดเพลินไปกับอ่างน้ำได้ไม่จำกัดระหว่างเวลาบ่ายสองโมงถึงสิบโมงเช้าของวันถัดไป สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดคือคิโนซากิให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากเมืองสมัยใหม่ทั่วไปและมีความเย้ายวนมาก

วัฒนธรรมการอาบน้ำเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งในสังคมญี่ปุ่น แต่จงระวังว่า การอาบน้ำที่นี่เป็นเพียงการผ่อนคลายไม่ใช่การล้างร่างกายและทำสบู่ให้เกิดฟองและล้างให้สะอาดก่อน บ่อน้ำพุร้อนจะแยกส่วนระหว่างของผู้ชายและของผู้หญิง รวมทั้งมีแชมพู ผ้าเช็ดตัวและล็อกเกอร์แยกด้วย ประสบการณ์ที่สงบสุขและน่ารื่นเริงจากการนั่งในน้ำพุร้อนที่อุ่นทำให้คุณรู้สึกว่าคุณไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแล้วในโลกนี้ ไม่ต้องกลัวการถอดเสื้อผ้าที่นี่ คนญี่ปุ่นทำมาเป็นศตวรรษแล้ว จงทำไปเถอะ

คุณสามารถไปที่นี่ได้โดยรถไฟจากเกียวโต, ชิน-โอซาก้า, ฮิเมจิ, ซันโนมิยะ และ ทตโทริโดยใช้เวลาสองชั่วโมงหรือสองชั่วโมงครึ่งด้วยรถไฟหนึ่งขบวนหรือสอง เมื่อเดินทางด้วยรถประจำทางจากโอซาก้า (ศูนย์ช้อปปิ้งฮังคิว ซัมบังไก) จะใช้เวลาราวๆสามชั่วโมงยี่สิบนาที

Onlada Chollavorn

Onlada Chollavorn @onlada.chollavorn

My name is Onlada. I am passionate about creative thinking and digital technology. My motto is “The price of success is hard work, dedication to the job at hand, and the determination that whether we win or lose, we have applied the best of ourselves to the task at hand.”