ซากุระกำลังผลิบ้านหน้าบ้านไร่ญี่ปุ่นยุคโบราณที่มาจากหมู่บ้านโทซึกาวะ (Totsukawa Village) แห่ง จ.นาระ (Nara) ทำให้ยามที่เราเดินผ่านบริเวณนี้นั้นอดใจที่จะหยุดแวะนั่งพักชิลๆ ละเมียดกับบรรยากาศดีๆ เสียมิได้ (เครดิตรูปภาพ: Tada Ratchagit)

เมืองลับแลแห่งโอซาก้า

หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณท่ามกลางมหานครศิวิไลซ์

ซากุระกำลังผลิบ้านหน้าบ้านไร่ญี่ปุ่นยุคโบราณที่มาจากหมู่บ้านโทซึกาวะ (Totsukawa Village) แห่ง จ.นาระ (Nara) ทำให้ยามที่เราเดินผ่านบริเวณนี้นั้นอดใจที่จะหยุดแวะนั่งพักชิลๆ ละเมียดกับบรรยากาศดีๆ เสียมิได้ (เครดิตรูปภาพ: Tada Ratchagit)
Tada Ratchagit   - ใช้เวลาอ่าน 1 นาที

เมื่อความทันสมัยของเมืองยุคใหม่ผุดขึ้นและกระจายตัวอย่างรวดเร็ว ก็เป็นที่แน่นอนว่าความเก่าแก่โบราณของบ้านเรือนยุคเก่านั้นต้องเริ่มที่จะเลือนหายไปเรื่อยๆ ในญี่ปุ่นก็เช่นกัน ความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองนั้นต่างก็กระจายตัวสู่ทุกภูมิภาคอย่างรวดเร็ว ทำให้บ้านญี่ปุ่นแบบโบราณนั้นเริ่มจะเหลือลดน้อยและหาดูได้ยากขึ้นทุกที

ห่างจากพื้นที่ความเจริญของเมืองใหญ่อย่างโอซาก้าออกไปเพียงไม่กี่อึดใจ บ้านญี่ปุ่นโบราณหลายหลังยังคงตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้และยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่อันแสนเจริญอย่างมีเสน่ห์ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปกันมากนัก แต่ทว่ามันน่าเดินเที่ยวไม่ต่างจากการเดินท่องเมืองใหญ่แห่งแสงสีเลยทีเดียว ที่นี่ก็คือ OPEN-AIR MUSEUM OF OLD JAPANESE FARM HOUSES (日本民家集落博物館) พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งหมู่บ้านกสิกรรมโบราณของญี่ปุ่นที่รวบรวมเอาบ้านของเกษตรกรในยุคโบราณหลายแห่งทั่วประเทศญี่ปุ่นมาจัดแสดงรวมกันไว้ที่เดียว ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นสถานที่ให้ความรู้แบบสัมผัสได้จากของจริง และเป็นการอนุรักษ์มรดกโบราณอันเป็นสมบัติล้ำค่าให้ยังคงอยู่สืบต่อไป

วิถีแห่งเกษตรกรรมนั้นถือเป็นวิถีแห่งชาวอาทิตย์อุทัยมาช้านานตั้งแต่สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ชาวญี่ปุ่นในสมัยก่อนนั้นจะนิยมสร้างบ้านเรือนให้มีขนาดใหญ่และมีอรรถประโยชน์มากมาย นอกจากการอยู่อาศัยแล้วมันยังเป็นเสมือนโกดังเก็บของไปจนถึงออฟฟิศทำงานของคนยุคนั้น ภายนอกบ้านแต่ละหลังอาจดูแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคแต่สำหรับโครงสร้างโดยรวมนั้นแทบจะไม่ต่างกันเลยทีเดียว พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 36,000 ตร.ม. ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะ Hattori-Ryokuchi Park ชานเมืองโอซาก้า ภายในจัดแสดงบ้านเรือน(หลังจริง)แบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ในสมัยก่อนตั้งแต่ยุคเอโดะจนถึงราวปี ค.ศ.1900 ซึ่งบ้านเหล่านี้รวบรวมมาจากทั่วประเทศญี่ปุ่นกว่า 12 หลัง นำมาปลูกรวมกันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม แล้วพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังถือเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของญี่ปุ่นอีกด้วย

หมู่บ้านโบราณนี้สามารถสะท้อนการอยู่อาศัยในแบบวิถีเกษตรกรรมจากแทบทุกภูมิภาคของญี่ปุ่นในยุคก่อนได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งทั้ง 12 หลังนั้นประกอบไปด้วยบ้านโบราณ “Magariya” จากเมืองนัมบุ (Nambu) จ.อิวาเตะ (Iwate), บ้านโบราณจากเมืองอะกิยามะ (Akiyama) จ.นากาโน่ (Nagano), บ้านโบราณจากเมืองชิรากาว่า (Shirakawa) จ.กิฟุ (Gifu), บ้านโบราณจากเมืองซึรุกะ (Tsuruga) จ.ฟุกุอิ (Fukui), บ้านโบราณจากเมืองเซ็ตซึโนเซะ (Setttsu-Nose) จ.โอซาก้า (Osaka), บ้านโบราณจากเมืองโทซึกาว่า (Totsukawa) จ.นาระ (Nara), โรงละครพื้นบ้านคาบุกิ จากเมืองโซโดชิม่า (Shodoshima) จ.คากาว่า (Kagawa), บ้านโบราณจากเมืองชิอิบะ (Shiiba) จ.มิยาซากิ (Miyazaki), ศาลาพื้นบ้าน “Takakura” จากเมืองอะมามิโอชิม่า (Amami-Oshima) จ.คาโกชิม่า (Kagoshima) เป็นต้น

นอกจากนี้ภายในบ้านแต่ละหลังนั้นยังจัดแสดงการออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในของคนยุคนั้น และข้าวของเครื่องใช้จริงในยุคก่อนที่จำลองให้เหมือนกับวิถีในยุคนั้นให้มากที่สุด แถมด้วยเสน่ห์แห่งวันวานที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยแหล่งข้อมูลมีชีวิตที่เล่าเรื่องราวจากคนยุคก่อนถ่ายทอดสู่คนยุคปัจจุบันโดยตรง ซึ่งนี่คือหนึ่งโครงการที่เขาจะรับอาสาสมัครเป็นเหล่าบรรดาผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทำงานแล้ว อาสาสมัครพิธภัณฑ์เหล่านี้จะคอยให้ความรู้ผ่านเรื่องเล่าประจำอยู่ในแต่ละหลัง (แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งเราสามารถเข้าไปพูดคุยสอบถามเรื่องราวต่างๆ หรือแม้กระทั่งนั่งพูดคุยสารทุกข์สุขดิบอื่นๆ ได้ตามชอบ บ้านบางหลังอาจกำลังมีคุณตานั่งก่อไฟในบ้านแบบโบราณรอต้อนรับแขกที่เราสามารถไปนั่งจิบน้ำชาสนทนาวันวานได้อย่างมีความสุขราวกับเป็นแขกของเจ้าของบ้านกนเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องราววันวานที่เล่าผ่านผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตอันทรงคุณค่านั้นถือเป็นหนึ่งในความรู้อันมีชีวิตของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่มีคุณค่ายิ่ง ทำให้เราสัมผัสได้ถึงเสน่ห์แห่งวันวานมากกว่าการบรรจุความรู้จากตัวหนังสือลงในหัวสมองเพียงเท่านั้น

นอกจากการจัดแสดงบ้านโบราณและวิถียุคก่อนแล้ว ที่นี่ยังมีเวทีสำหรับโชว์การแสดงและวิถีพื้นบ้านในยุคต่างๆ อีกด้วย บานแต่ละหลังถูกจัดวางไว้อย่างเป็นธรรมชาติกับภูมิประเทศที่สวยงาม แล้วก็ยังแทรกตัวด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องมีต้นไม้อันเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นอย่างซากุระแทรกตัวอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งต้องขอบอกว่าในยามที่ซากุระบานนั้น ... นี่คือหนึ่งสถานที่สวยงามอย่างมีชีวิตชีวาทีเดียว

OPEN-AIR MUSEUM OF OLD JAPANESE FARM HOUSES (日本民家集落博物館 – นิปปอนมินกะชูราคุฮาคุบุซซึกัง)

ที่ตั้ง : 1-2 Hattori Ryokuchi, Toyonaka City, Osaka

เปิด-ปิด : 09.30-17.00 น. (หยุดจันทร์)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 500 เยน / นักเรียนมัธยมปลาย 300 เยน / นักเรียนมัธยมต้น 200 เยน

ติดต่อ/ข้อมูลเพิ่มเติม : 06-6862-3137, www.occh.or.jp/minka (ภาษาญี่ปุ่น)

เดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Subway สาย M–Midosuji Line ลงสถานี M11-Esaka แล้วต่อรถไฟสาย Kita-Osaka Kyuko Line (ภายในสถานีเดียวกัน) ไปลงสถานี M10–Ryokuchikoen (หมายเหตุ : รถไฟบางคันอาจวิ่งเลยต่อไปโดยไม่ต้องเปลี่ยนรถคันใหม่)

Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอ...